Rpr Marching Band

วงโยธวาทิต โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยม รัชดาภิเษก ในพระบรมราชูปถัมภ์


ใส่ความเห็น

ความ “ภาคภูมิใจ” ในแววตา

ความ “ภาคภูมิใจ” ในแววตา

จากประสบการณ์ความเป็นครูดนตรีในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มาตรฐานสากลแบบไทย  ข้าพเจ้าเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อสะท้อนความจริงบางอย่าง ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าข้าพเจ้ามีภาคภูมิที่ได้ทำงานเป็นครูดนตรีที่นี่  เพราะที่นี่เป็นโรงเรียนที่ก่อตั้งขึ้นจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9  และข้าพเจ้าเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ผู้บริหารทุกท่าน จากการที่ได้พูดคุยและสัมผัสโดยส่วนตัว ท่านเป็นนักการศึกษาอย่างแท้จริงเข้าใจในทุกบริบทของการศึกษา  แต่องค์กรขนาดใหญ่ไฉนเลยจะสามารถเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางสังคมรวมถึงวิสัยทัศน์ในระดับผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะกลุ่มสายวิชาการได้ทันทีทันใด ข้าพเจ้าจึงเขียนบทความสะท้อนความคิดบางอย่างเพื่อบอกว่าการศึกษาดนตรีทุกวันนี้ในโรงเรียนข้าพเจ้าเป็นอย่างไร  แล้วการดนตรีแท้จริงส่งผลอย่างไรต่อผู้เรียนเพราะบางทีสิ่งเล็กๆในแววตาของเด็กมีคุณค่ามากมายเกินกว่าที่ข้าพเจ้าจะมองข้ามไป

ในกิจกรรมดนตรีสากลของข้าพเจ้า มีนักเรียนหลายกลุ่มหลายสถานะทางสังคม ทั้งฐานะดีมีเงินจนกระทั่งยากจนขาดความอบอุ่น  ในเรื่องการเรียนกลุ่มเรียนดีก็มี คิดเป็นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มการเรียนในระดับปานกลาง 70 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มเรียนอ่อน   20 เปอร์เซ็นต์ โดยประมาณ

ในปัจจุบันกลุ่มหนึ่งที่มีผลการเรียนต่ำหรือเรียกว่า “แย่” เป็นเหตุทำให้ถูกครูประจำวิชาบ้างครูที่ปรึกษาหรือผู้ปกครอง สั่งให้งดทำกิจกรรมดนตรีในเวลาว่างหลังเลิกเรียน กล่าวเป็นคำพูดเข้าใจง่ายๆคือ “ห้ามเล่นดนตรี”  มองผิวเผินก็ดูสมเหตุสมผลดี คนส่วนใหญ่มองว่านี่แหละมันคือตรรกะที่ถูกต้อง แต่สำหรับทัศนะส่วนตัวและในฐานะนักการศึกษาเห็นว่าเหตุการณ์แบบนี้ต่อไปกำลังจะกลายเป็นเรื่อง สุขภาพทางวิชาการที่อ่อนแอ

เพราะอะไร?  ขอตอบอย่างไม่ลังเลว่า เรากำลัง “วิเคราะห์ปัญหาและแก้ปัญหาอย่างผิดจุด

ข้าพเจ้าขออธิบายดังนี้ว่า กิจกรรมทางดนตรีส่วนใหญ่หลังเลิกเรียน ใช้เวลาตั้งแต่ 16.30-18.00น.กล่าว คือ วันละ 1 ชม. 30 นาที ขอตั้งคำถามว่า เวลาเท่านี้ต่อวันมากเกินไปหรือไม่ หรือเวลาเพียงเท่านี้ทำให้การเรียนในห้องเรียนตกต่ำลงเลยหรืออย่างไร? สำหรับ เสาร์-อาทิตย์  เราจะมีกิจกรรมการซ้อมก็ต่อเมื่อมีงานสำคัญของโรงเรียน ถ้าประเมินจำนวนชั่วโมงแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่าน้อยกว่านักเรียนทั่วไปมาซ้อมแสตนเชียร์กีฬาสีประจำปีของโรงเรียนแน่นอน

 แล้วการเรียนตกต่ำเพราะอะไร ดนตรี ? ศิลปะ? กีฬา? ฯลฯ 

เราทุกคนควรค้นหาก่อนว่าการเรียนตกต่ำนั้นมาจากสาเหตุใด เพราะการเรียนไม่ตกเลยสักวิชาไม่ได้แปลว่าใช้ได้  เพราะการเรียนผ่านทุกวิชา ไม่ใช่ประเมินว่า นักเรียนกำลังเรียนเก่งหรือดี หรือสามารถสรุปได้ว่า นักเรียนสามารถไปสอบแข่งขันกับเพื่อนๆโรงเรียนอื่นในประเทศไทยได้เสมอไป  และยิ่งไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จในชีวิตอนาคตของเขาเลย

แล้วนักเรียนๆแย่เพราะอะไร ?  มันน่าขันที่สุดท้ายแล้ว  การเรียนแย่และตกต่ำของนักเรียน ถูกโยนให้เป็นความผิดของตัวเด็กและกิจกรรมพิเศษที่ส่งเสริมศักยภาพส่วนบุคคลของตัวเด็ก อย่างเช่นกิจกรรมทางดนตรี การใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน ในการดนตรีของพวกเขากลายเป้าหมายในการกล่าวหา เปรียบประหนึ่งอาชญากรทางการเรียนรู้ของนักเรียนก็ไม่ปาน  แต่จะมีสักกี่คนที่มองไปให้ลึกถึงสาเหตุอย่างถ่องแท้ คือระบบการเรียนการสอนในวิชานั้นๆเองต่างหาก เพราะนั่นแหละคือสาเหตุหลักแท้จริง

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจเรื่องการวัดและประเมินผลของครูอาจารย์ในโรงเรียนมัธยมปัจจุบัน  การเรียนตกในแต่ละวิชาของปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะแต่ละวิชาล้วนมีคะแนนเก็บที่มากกว่าคะแนนสอบเสียอีก เนื่องจากนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการของไทยให้ครูมีการประเมินผลอย่างหลากรูปแบบตามศักยภาพของผู้เรียน ส่วนใหญ่ที่นักเรียนตกคือไม่ส่งงานหรือไม่มีความรับผิดชอบ  ดังนั้นนักเรียน สอบตก เป็นการสะท้อนแก่ตัวนักเรียน ในเรื่องของความไม่รับผิดชอบ ดังนั้นการตกของนักเรียนในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่า ตกเรื่องความไม่รับผิดชอบเสีย 80 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นปัจจุบัน แต่ละวิชาส่วนใหญ่ในการตัดสินว่าตกหรือผ่าน กำลังประเมินคุณลักษณะความรับผิดชอบ หรือประเมินความรู้ ?

ดังนั้นถ้าหากจะประเมิน ในเรื่องความรับผิดชอบของนักเรียนกิจกรรมดนตรี ที่มีต่อสังคมการช่วยเหลือโรงเรียน เพราะเวลาโรงเรียนมีงานให้ทำภาระหน้าที่นักเรียนเหล่านี้ก็ต้องไปทำอย่างที่ไม่เห็นแก่ตัว  ยกตัวอย่างเช่นบางครั้งเขาสอบกลุ่มกันแต่ตรงกับงานที่โรงเรียนให้ไปช่วยชุมชน  กลับมานักเรียนต้องมาสอบเดี่ยวเสียเปรียบเพื่อน แต่นักเรียนก็เลือกที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน ทั้งๆที่เขาเห็นแก่ตัวได้ สามารถขอครูผู้สอนได้ว่าจะไม่ขอร่วมงานนั้นๆแต่พวกเขาไม่ทำและเขาภาคภูมิใจที่ได้ไปเป็นตัวแทนโรงเรียนเพื่อช่วยสังคมชุมชน  นี่แหละดนตรีและสังคมทางดนตรีสร้างคุณลักษณะความรับผิดชอบให้แก่เขา เรากำลังต้องการคนที่เติบโตมาให้เป็นคนในประเทศชาติของเราแบบไหน สำหรับข้าพเจ้าตอบได้ทันทีเลยว่า  การรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญที่คนเป็นครูควรสอนให้แก่พวกเขา  เพราะปัจจุบันความรู้มันถูกเชื่อมโยงกันหมดแล้ว

ดังนั้นถ้าประเมินเป็นคะแนนคุณลักษณะ ความรับผิดชอบ ข้าพเจ้าคิดว่าพวกเขาควรจะได้ เกิน 80 คะแนน เพราะความรับผิดชอบที่พวกเขามีไม่ใช่ความรับผิดชอบในวงแคบ คือเฉพาะวิชานั้นๆ แต่เป็นความรับผิดชอบในวงกว้าง ต่อโรงเรียนต่อสังคมและชุมชน แต่น่าเสียดาย ความรับผิดชอบตรงนี้กลับถูกเลือนหายไปจากใจของผู้ปกครองและ ครูประจำวิชาที่สอนพวกเขา หรืออาจเป็นเพียงข้าพเจ้าที่หลงภูมิใจในตัวพวกเขาเรื่องรับผิดชอบต่อสังคมเพียงผู้เดียว

ปัจจุบันมีนักเรียนที่ถูกตีตราว่าเรียนอ่อน ต้องออกจากกิจกรรมทางดนตรีคนแล้วคนเล่า ด้วยแรงกดดันจากสารพัดด้านทั้งครูประจำวิชา ครูที่ปรึกษา ผู้ปกครอง อันที่จริงน่าจะเป็นผลดีสำหรับข้าพเจ้าซึ่งเป็นครูดนตรี รับผิดชอบในกิจกรรมดนตรี  จะได้ไม่ต้องมีเด็กนักเรียนนักดนตรีที่เรียนแย่ กลายเป็นจุดอ่อนของกิจกรรมดนตรีของโรงเรียนที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบ

แต่ข้าพเจ้าไม่เคยคิดเช่นนั้น ข้าพเจ้าไม่เคยมองนักเรียนที่เรียนอ่อนว่า “แย่” เพราะคิดแค่ว่าเขาอาจเรียนรู้ช้าในเวลานี้ และเมื่อเขาค้นพบศักยภาพในตัวตนเขาอาจจะกลายเป็นสุดยอดในด้านของเขา ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนักดนตรีด้วยซ้ำไป เขาอาจจะเป็นอะไรก็ได้มีบทบาทอะไรก็ได้ในประเทศนี้ แต่อย่างน้อยเขามีคุณลักษณะของความรับผิดชอบและเสียสละเป็นพื้นฐาน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

ปัจจุบันในขณะที่ข้าพเจ้า ยังคงเฝ้าห่วงใยและคิดหาคำตอบว่า  นักเรียนที่ถูกกดดันให้เลิกเล่นดนตรีเหล่านั้น เมื่อเลิกเล่นดนตรีไปแล้วการเรียนดีขึ้นบ้างไหม ดีขึ้นเพียงพอที่จะสอบแข่งขันกับผู้อื่นได้ไม่ใช่ดีแค่ไม่ตกในแต่ละวิชา  ช่วงเวลาเย็นหลังเลิกเรียน ครูที่ปรึกษาหรือผู้ปกครองมีเวลาดูแลและสอดส่องพวกเขาไหมว่าเขาเอาเวลาไปทำอะไร ทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อชีวิตไหม  ไปเดินห้างเล่นเกมส์ หรือใช้เวลาว่างได้อย่างมีประโยชน์หรือไม่ หรืออาจจะกลับบ้านเร็วทำการบ้านเอาใจใส่ในการเรียนอันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและดีใจด้วย  สำหรับข้าพเจ้า หลังจากเรียนจบหากได้ทุนหรือหาทุนเรียนต่อ ปริญญาเอก ได้ก็จะเรียนต่อไปเลย  เพราะประเทศไทยเรา ถือเรื่องกระดาษใบเดียว เป็นสำคัญ พูดอะไรก็คงมีคนเชื่อถือ แต่จบมาแล้วก็จะมาเป็นครูสอนดนตรีเหมือนเดิม

คงไม่สามารถสรรหาถ้อยคำมาพรรณนาได้ว่าการเล่นดนตรีของนักเรียนที่ข้าพเจ้าสอนและเห็นมันทุกวันและบ่อยครั้ง มันมีคุณค่าต่อจิตใจครูอย่างข้าพเจ้ามากมายแค่ไหน ดนตรีเป็นวิชาหนึ่งที่เราจะได้เห็นศักยภาพตัวตนแท้จริงของนักเรียน มีคุณค่ามากกว่าคำว่าเรียนตกเรียนผ่าน มากกว่าคำว่าเกรด หรือความใฝ่ฝันในอนาคต เพราะข้าพเจ้าเห็นแววตาของคำว่า “ความภูมิใจ” และความสุขในตัวตนของเด็กนักเรียนที่ข้าพเจ้าสอน จะมีสักกี่ครั้งที่ ผู้ปกครอง หรือครูที่ปรึกษา เห็นแววตาแห่งความภาคภูมิใจ แววตาแห่งความสุขในตัวตนของมนุษย์ของบุตรหลานท่าน  แต่ข้าพเจ้ามองเห็นทุกครั้งในนักเรียนดนตรีของข้าพเจ้า

กฤษณะพงศ์ กำลังเอก

17/11/2016


ใส่ความเห็น

ความหมายในแต่ละประโยคของ เพลงสรรเสริญพระบารมี

“ข้าวรพุทธเจ้า”
หมายถึง ข้าพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งเป็นข้าของพระองค์ผู้ประดุจดังพระพุทธเจ้า โดยพระพุทธเจ้าในที่นี้ก็คือ เป็นผู้ตรัสรู้และโปรดมวลมนุษย์ให้บรรลุธรรม ให้พ้นจากกิเลส เพราะในมโนทัศน์ของไทยโบราณถือว่ากษัตริย์คือพระโพธิสัตว์

“เอามโนและศิระกราน… ”
หมายถึง ขอเอาดวงใจและศีรษะก้มน้อมกราบ อ่านเพิ่มเติม


ใส่ความเห็น

ความเป็นมาโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมถ์ ต่างๆในประเทศไทย

ความเป็นมาโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมถ์ ต่างๆ 

พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับโรงเรียนไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยทรงให้การช่วยเหลืออุปถัมภ์พระราชทานพระราชทรัพย์ หรือทรงให้คำแนะนำพระราชทานพระบรมราโชวาท เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจแก่ครูและนักเรียนโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้งโรงเรียนรัฐบาลและเอกชน โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ หมายถึงโรงเรียนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยการพระราชทานพระราชทรัพย์ช่วยเหลือ และให้ความอุปถัมภ์หรือทรงให้คำแนะนำทั้งยังได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยม เยียน และพระราชทานพระบรมราโชวาทเพื่อสนับสนุน และเป็นกำลังใจแก่ครูและนักเรียนเป็นประจำจึงเรียกโรงเรียนประเภทนี้ว่า โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์มีทั้งโรงเรียนของรัฐบาลและโรงเรียนเอกชนได้แก่
โรงเรียนจิตรลดา
โรงเรียนราชวินิต
โรงเรียนวังไกลกังวล
โรงเรียนราชประชาสมาสัย
โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
โรงเรียนเพื่อลูกหลานชนบท
โรงเรียนร่มเกล้า
โรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจน
โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือตามความจำเป็นเร่งด่วน

อ่านเพิ่มเติม


ใส่ความเห็น

การประกวดวงโยธวาทิตชิงแชมป์ภาค ประจำปี 2559

รายชื่อวงโยธวาทิตที่เข้าร่วมการประกวดวงโยธวาทิตชิงแชมป์ภาคกลาง  ประจำปี 2559

ประเภทการเดินขบวนพาเหรด
1. โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ ตากสินระยอง จังหวัดระยอง
2. วงโยธวาทิตโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี Debsirin Nonthaburi School Marching Band จังหวัดนนทบุรี
3. โรงเรียนวัดนวลนรดิศ กรุงเทพมหานคร
4. โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
5. โรงเรียนศึกษานารี กรุงเทพมหานคร
6. โรงเรียนบ้านมาบตาพุด จังหวัดระยอง
7. โรงเรียนศึกษานารีวิทยา กรุงเทพมหานคร
8. โรงเรียนกุนนทรีรุทธารามวิทยาคม กรุงเทพมหานคร
9. โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
10. โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
11. โรงเรียนมารีวิทยาศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี
12. โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
13. โรงเรียนมัธยมวัดมกุฎกษัตริย์ กรุงเทพมหานคร
14. โรงเรียนโสภณศิริราษฎร์ จังหวัดราชบุรี

ประเภทการประชันการตีกลอง
1. BURAPA DRUM ( by RAYONG ) จังหวัดระยอง
2. “8-Row Percussion Team” จังหวัดฉะเชิงเทรา
3. โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สมุทรปราการ
4. โรงเรียนอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร
5. โรงเรียนดัดดรุณี จังหวัดฉะเชิงเทรา
6. Bodhi Tree Drumline จังหวัดปราจีนบุรี
7. S.W. Drumline กรุงเทพมหานคร
8. โรงเรียนป้อมนคราชสวาท์ยานนท์ จังหวัดสมุทรปราการ
9. U Percussion กรุงเทพมหานคร
10. Makut Drumline กรุงเทพมหานคร

 

รายชื่อวงโยธวาทิตที่เข้าร่วมการประกวดวงโยธวาทิตชิงแชมป์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี 2559

ประเภทการเดินขบวนพาเหรด

1. โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง จังหวัดขอนแก่น
2. โรงเรียนพิมายวิทยา จังหวัดนครราชสีมา
3. โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จังหวัดนครราชสีมา
4. โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี
5. โรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา
6. โรงเรียนนครพนมวิทยาคม (Nakhonphanom Drum & Buge Corpe) จังหวัดนครพนม
7. โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น

ประเภทการประชันการตีกลอง

1. TECHNO DRUM LINE – วิทยาลัยเทคโนโลยีภาตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น
2. โรงเรียนกัลยาณวัตร จังหวัดขอนแก่น
3. K.K.5. Battery By Banphai School จังหวัดขอนแก่น
4. วงโยธวาทิตโรงเรียนมหาไถ่ศึกษา เลย จังหวัดเลย
5. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี
จังหวัดอุบลราชธานี
6. ColorMoon Drumline By Nongyai Muncinipal School
จังหวัดขอนแก่น
7. Venture Percussion Academy จังหวัดนครราชสีมา

รายชื่อวงโยธวาทิตที่เข้าร่วมการประกวดวงโยธวาทิตชิงแชมป์ภาคใต้ ประจำปี 2559

ประเภทการเดินขบวนพาเหรด

1. TS.5 Marching Band โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก จังหวัดสงขลา
2. โรงเรียนไชยาวิทยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
3. โรงเรียนสภาราชินี ตรัง จังหวัดตรัง
4. Sriyapai Marching Band โรงเรียนศรียาภัย จังหวัดชุมพร
5. โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ จังหวัดภูเก็ต
6. โรงเรียนดรุณศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช
7. THE PHENOMENON OF SRISOMBOON MARCHING BANDโรงเรียนมัธยมเทศบาลเมืองปากพนัง
วัดศรีสมบูรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
8. โรงเรียนจุ๋งฮัวโซะเซียว จังหวัดตรัง

ประเภทการประชันการตีกลอง
1. Samila Drum and Bugle Corps จังหวัดสงขลา
2. ชะ-ดา-ดัม By ภูเก็ตวิทยาลัย จังหวัดภูเก็ต
3. โรงเรียนอบจ. เมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
4. Little Kids Drumline จังหวัดสงขลา
5. Music Time Drumline จังหวัดสงขลา
6. SP Drumline จังหวัดตรัง

 

รายชื่อวงโยธวาทิตที่เข้าร่วมการประกวดวงโยธวาทิตชิงแชมป์ภาคเหนือ ประจำปี 2559

ประเภทการเดินพาเหรด
1. โรงเรียนเจริญราษฎร์ (มูลนิธิสภาคริสตจักรในประเทศไทย จังหวัดแพร่
2. โรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน
3. โรงเรียนพระหฤทัย จังหวัดเชียงใหม่
4. โรงเรียนช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุง จังหวัดเชียงใหม่
5. โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี จังหวัดอุตรดิตถ์
6. โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง จังหวัดลำปาง

ประเภทการประชันการตีกลอง
1. ขันโตก ดรัมไลน์ จังหวัดลำพูน
2. ACK.Drumline โรงเรียนอนุบาลเชียงของ จังหวัดเชียงราย
3. โรงเรียนช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุง จังหวัดเชียงใหม่
4. Measai City Drumline By Wieangphan School & Suksasongkraw Meachan School จังหวัดเชียงราย
5. โรงเรียนวชิรป่าซาง จังหวัดลำพูน
6. โรงเรียนคำเที่ยงอนุสรณ์ จังหวัดเชียงใหม่
7. จันนารี ดรัมไลน์ จังหวัดอุตรดิตถ์

Credit By Page กรมพลศึกษา การประกวดวงโยธวาทิต นักเรียน นักศึกษาแห่งประเทศไทย

 

 


1 ความเห็น

ตารางการฝึกซ้อม ช่วงปิดภาคเรียน มีนาคม-เมษายน 2559

ตารางการฝึกซ้อม ช่วงปิดภาคเรียน มีนาคม-เมษายน 2559

ตารางซ้อม 1ตารางซ้อม 2

 

ให้นักเรียนทุกคน จัดเวลาว่างเพื่อฝึกซ้อมตามตารางดังนี้ โดยเริ่มฝึกซ้อม ตั้งแต่เวลา 13.00 น. – 18.00 น.

ภาพบรรยากาศ การแข่งขัน Drumline ครั้งที่ 9

1236930_10201656524271911_1389887251_n

ดูภาพอื่นๆ คลิ๊กลิงก์ด้านล่างได้เลยครับ

ภาพบรรยากาศการแข่งขัน drumline ครั้งที่ 9 2556 ของโรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยม รัชดาภิเษก ในพระบรมราชูปถัมภ์