Rpr Marching Band

วงโยธวาทิต โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยม รัชดาภิเษก ในพระบรมราชูปถัมภ์

ประวัติความเป็นมา

7 thoughts on “ประวัติความเป็นมา

  1. สวัสดีครับชาวราชประชา และ ชาววงโยทุกคน คิดถึงมากๆ จากคนเล่นกลองวันคืนสู่เย้า(ในอดีต)

  2. ถ้ามีเวลาจะกลับไปช่วยเล่นอีกครั้ง แต่ไม่ต้องแล้วมั้ง เห็นว่ามีเด็กมาเล่นแล้วนี่ ได้ข่าวว่าเก่งมากๆเลย ยังไงก็จะคิดถึงอ.เอก และทุกคนเสมอครับ

  3. พี่ๆเล่นเก่งกันทุกคนเลยค่ะ

  4. กติกาทางสังคมเป็นรากฐานกฎระเบียบวินัย รอง.ชวลิต แดงเปล่ง
    ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์แบบก้าวกระโดดจะเจริญไปมากมายเท่าใดก็ตาม ความกลัวธรรมชาติที่เมื่อก่อนไม่สามารถอธิบายได้ ว่าฟ้าผ่า ฟ้าร้อง น้ำท่วม หรือแม้แต่ไฟไหม้ เกิดจากอะไร และยกเมฆว่าเป็นการกระทำของ ผีสาง นางไม้ หรือดีหน่อยก็เทพเจ้า แต่ปัจจุบันทราบแล้วและใช้ ฟิสิกส์ในการอธิบายปรากฏการณ์ของเทพยาดาต่างๆ แต่การอยู่ร่วมกันของมนุษย์ ก็ยังคงดำเนินต่อไป “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ นักสังคมวิทยา ยอมรับและเห็นด้วยกับ คำกล่าวนี้ จริงหรือไม่ ไม่มีความคิดเห็น แต่เมื่อมนุษย์ต้องมาอยู่ร่วมกันมากมายหลายคน จึงทำในเกิดคำที่ว่า “มากคน ก็มากความ” ด้วยเหตุนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกฎ กติกา หรือระเบียบวิธี ที่ขีดขึ้นเพื่อให้สังคมสามารถอยู่ได้และไม่เกิดความวุ่นวาย ให้สิทธิเสรีภาพ แต่ไม่มากมายจนไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น สังคมยอมรับได้
    รัฐศาสตร์และการปกครอง (Political science) เป็นศาสตร์แขนงแรกที่เกิดขึ้นในโลก ถ้าไม่นับศาสตร์แห่งการเอาตัวรอด ซึ่งเป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ (Homosapian apian) ทุกคนอยู่แล้ว ความสำคัญของการปกครอง ไม่ได้อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายหากแต่อยู่ที่การเคารพและยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ที่ได้มีการบังคับใช้แล้ว ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสังคมทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆก็ตาม ส่วนใหญ่มีเพียงเหตุผลเดียว นั่นคือ ไม่เคารพกฎ กติกา หรือผลของการตัดสินที่มาจากสถาบันที่เป็นที่น่าเคารพยำเกรงที่สุด นั้นคือศาล (Court) ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา หรือศาลใดๆ ย่อมมีความแตกต่างกันเสมอไม่ว่าจะเป็นในลักษณะใดก็ตาม ยิ่งด้วยเป็นความหลากหลายของมนุษย์ที่มาอยู่ร่วมกัน เรียกว่า “สังคม” ย่อมแตกต่างตามลักษณะปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบุคคล วิสัย
    ในการอยู่ร่วมกันในลักษณะสังคมแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างปรกตินั้นคือ “กฎกติกาของสังคม” รองลงมาคือ “บทบาทหน้าที่ของผู้ที่อยู่ร่วมกันในสังคม” และ“การเคารพและยินดีที่จะปฏิบัติตามกฎกติกาของสังคม” “การรับฟังและแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีและมีตรรกะ” เป็นเครื่องบ่งชี้ทิศทางของสังคมว่าจะธำรงตนอยู่ในทิศทางใด เป็นสิ่งที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีเอกภาพ
    สังคมเกิดความวุ่นวายได้จากหลายปัจจัย ทั้ง “ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมภายนอกสังคม” และ “ปัจจัยปัญหาที่เกิดขึ้นภายในสังคมเอง” และเป็นที่ยอมรับกันว่า “ปัจจัยที่มาจากภายในสังคม” เป็นสิ่งที่ทำให้การอยู่ร่วมกันเป็นสังคมประสบความล้มเหลวได้มากที่สุด มูลเหตุสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นภายในสังคมเกิดจากการไม่ยอมรับกับ “กฎกติกาของสังคม” ผนวกกับ “วุฒิภาวะทางความคิดที่อัตตาตนเองเป็นที่ตั้ง” และพยายามสร้างความแตกต่างด้วยการ “พยายามสร้างความชอบธรรมตามอัตตาตนเองให้สูงส่งกว่ากฎกติกาของสังคม” และเมื่อมีความคิดเห็นใดๆที่ขัดแย้งกับ “อัตตาตนเอง” ดังกล่าว ก็เกิดการไม่ยอมรับต่อต้านรวมไปถึงการตอบโต้โดยใช้บรรทัดฐานอัตตาตนเอง จนลุกลามบานปลายกลายเป็นความแตกแยกภายในสังคม ด้วย ทัศนคติและท่าทีฯ ดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้อยู่ร่วมกันในสังคม
    การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในสังคมที่เกิดจากการไม่ยอมรับกับกฎกติกาของสังคมนั้น จึงมิใช่ “การแหกกติกาหาความชอบธรรมให้ตนเอง” แต่ควรพิจารณาว่า “อัตตาตนเองนั้นเหมาะสมที่จะอยู่ร่วมกับลักษณะสังคมที่แตกต่างจากตนเองหรือเปล่า อย่าพยายามสร้างความชอบธรรมตามอัตตาตนเองให้สูงส่งกว่ากฎกติกาของสังคม” ถ้าตราบใดไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวในสังคมได้ โดยอัตตาตนเองอยู่เหนือกฎกติกาสังคม สังคมย่อมมีทางออกเสมอ แต่ว่าจะในรูปแบบและวิธีการใดนั้น จะดาดเดาไม่ได้

  5. โรงเรียนสวยจังเรย

  6. คิดถึงรร.สุดๆเลยคร้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s