Rpr Marching Band

วงโยธวาทิต โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยม รัชดาภิเษก ในพระบรมราชูปถัมภ์

ความเป็นครูในทัศนะ ของ อาจารย์กฤษณะพงศ์ กำลังเอก

3 ความเห็น

ความเป็นครูในทัศนะ ของ อาจารย์กฤษณะพงศ์  กำลังเอก


ชีวิตของผมเกิดในตระกูลที่เป็นทหาร แต่คุณพ่อของผมเป็นนักธุรกิจ  คุณแม่ทำงานในกองทัพอากาศ  ส่วนตัวผมก็ถูกปลูกฝังที่จะเป็นทหารมาตั้งแต่เด็ก  ชีวิตเหมือนถูกกำหนดอนาคตไว้แล้วโดยวงศ์ตระกูลที่ถูกปลูกฝังกันมา  ความเป็นครูเลยดูห่างไกลจากชีวิตจริงพอสมควร  จนผมเริ่มมีความสนใจในดนตรีสากลมาสมัครเข้าเป็นนักเรียนวงโยธวาทิตของโรงเรียน  ร่วมการฝึกซ้อมตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่1 จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตลอดเวลาช่วงการเป็นนักเรียนวงโยธวาทิตของโรงเรียน  ผมได้มีโอกาสสัมผัสความรู้สึกการเป็นครูครั้งแรก  ก็คือการถ่ายทอดวิชาความรู้ทางดนตรีให้กับนักเรียนรุ่นน้อง  ความรู้สึกที่ได้รับจากการให้ในแบบของการให้ความรู้ก็ทำให้รู้สึกปีติอย่างประหลาด  และเป็นเหมือนวิถีครรลองแห่งชีวิตแบบใหม่ที่ครอบครัวไม่เคยปลูกฝังมานั้นก็คือ  ครุวิถี  หรืออาจจะแปลตามความเข้าใจของผมว่า  วิถีทางของการเป็นครู

ในการเรียนระดับอุดมศึกษาผมเองที่มีความสามารถทางดนตรีและชื่นชอบอย่างมาก  จึงเลือกที่จะเรียนดนตรีในครุศาสตร์  โดยได้เข้าเรียนในวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยาที่มีความเลื่องชื่อในศาสตร์ของดนตรีและการสอนดนตรีเป็นอย่างมาก   สมัยตอนเรียนผมมีแต่ความชื่นชอบดนตรีแต่ไม่ใคร่ชอบการเป็นครูเท่าไหร่  อาจจะเป็นเพราะคำว่าครูในคนรุ่นผมแม้ดูว่าศักดิ์สิทธิ์น่าเคารพแต่ก็ดูเชยและโบราณที่สำคัญพูดถึงคำว่าครูแล้วทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่ายากจน  หรือแท้จริงแล้วเราอาจจะได้ฟังผู้ใหญ่เขาพูดกันมาแบบนั้นแล้วก็ฝังใจต่อกันมา

ในตอนเรียนในคณะครุศาสตร์มักมีคำถามมากมายกับอาจารย์ผู้สอนว่า  ทำไมภาควิชาดนตรีสากล  จบมาแล้วจะต้องเป็นครูดนตรีด้วยเหรอ? ซึ่งเราได้รับคำตอบว่าไม่ใช่ดนตรีสามารถแบ่งแยกได้หลากหลายสาขาและงานที่ทำต่างก็มีความแตกต่างกันไปไม่จำเป็นต้องเป็นครูเสมอไปหรอก  แต่เขาบอกว่าให้ลองสัมผัสชีวิตความเป็นครูดูบ้างแล้วจะรู้ว่ามีความพิเศษยังไง  ซึ่งในตอนนั้นความรู้สึกลึกๆก็ยังมีข้อกังขาและความลังเลใจมากอยู่พอสมควร  ใจนึงก็อยากค้นพบความพิเศษที่อยู่ในอาชีพนี้ตามคำที่อาจารย์คณะครุศาสตร์ได้สอนเรา  แต่อีกใจนึงก็ดังเหมือนถุกตั้งโปรแกรมสำเร็จรูปว่า  “ เชย  จน “    เมื่อชีวิตต้องเดินตามหาความฝันเราก็คงต้องเดินต่อไปเพื่อการค้นพบใจตัวเอง

นักศึกษาฝึกสอน

นักศึกษาฝึกสอนก็คงไม่ต่างอะไรจากนักศึกษาฝึกงานในคณะต่างๆที่ก่อนจะจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีจำเป็นต้องไปฝึกประสบการณ์การทำงานจริง  คณะครุศาสตร์ก็จะต้องฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู  ซึ่งเราต่างมักเรียกติดปากว่านักศึกษาฝึกสอน  ซึ่งผมได้ไปฝึกสอน ณ  โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ  ครูพี่เลี้ยงที่นั่นก็ให้โอกาสผมและเพื่อนๆได้ฝึกงานกันอย่างจริงจังประหนึ่งกับว่าเป็นครูในโรงเรียนคนหนึ่ง  เพราะความรักดนตรีก็ได้ฝึกสอนวงโยธวาทิตโรงเรียนแห่งนั้นด้วย  ซึ่งการสอนวงโยธวาทิตและการสอนดนตรีไม่ได้เป็นเรื่องที่แปลกสำหรับผมเลยแม้แต่นิดเดียว  เพราะตอนเรียนมัธยมก็เคยทำเช่นนี้อยู่บ่อยๆ  แต่เพียงนักเรียนชุดนั้นยังเป็นนักเรียนที่มีทักษะทางดนตรีไม่มากนัก  เรียกว่าบรรเลงเพลงอะไรก็ไม่ค่อยไพเราะเท่าไหร่ต้องอาศัยเวลาปรับวงกันอยู่นานพอสมควรจึงฟังได้  แต่สิ่งที่ได้รับนอกจากจะเป็นความเหนื่อยแล้วแต่สิ่งที่พิเศษก็เริ่มเกิดขึ้นในใจนั่นก็คือความปีติที่เกิดจากการให้ความรู้แล้วพวกเขาเหล่านั้นที่เป็นนักเรียนต่างมีความสุขในสิ่งที่ทำด้วยซึ่งถือว่าเป็นความประทับใจสุดท้ายก่อนจบการเรียนในคณะครุศาสตร์ และเป็นสิ่งที่สำคัญทำให้ตัดสินใจมาลองทำอาชีพครูเต็มตัว

พอเริ่มทำงานเป็นครูเต็มตัวสอนวงโยธวาทิตคิดอยู่อย่างเดียวคือพัฒนานักเรียนให้สู่มาตรฐานระดับประเทศให้ได้  นั่นก็คือการส่งนักเรียนเข้าร่วมการประกวดแข่งขันวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย  ในการทำวงโยธวาทิตเข้าประกวดประสบปัญหาต่างๆมากมายเพราะการทำวงขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนจำนวนมากย่อมเกิดปัญหาหลากหลายต่างๆนานา   สิ่งที่ค้นพบใหม่อีกอย่างที่เริ่มอาชีพเป็นครูเต็มตัวก็คือ  การเป็นครูที่แท้จริงไม่ใช่สอนเพียงแค่วิชาที่ตัวเองสอนเท่านั้นและไม่ใช่การสอนอยู่แต่ในห้องเรียน  แต่การสอนนั้นต้องสอนแม้กระทั่งเรื่องของชีวิตและการเรียนรู้ในสิ่งต่างในสังคมรอบตัว   เพราะมีนักเรียนหลายคนที่มีปัญหาส่วนตัวทำให้การเรียนดนตรีของเขาขาดชีวิตชีวาไป  เราในฐานะครูก็ต้องคอยดูและค้นพบปัญหาให้ได้และเมื่อรู้สาเหตุที่แท้จริงแล้ว  เราก็ต้องสอนวิชาของการใช้ชีวิตและวิธีคิดเชิงบวกให้เขา  เหตุการณ์นี้จึงทำให้เรารู้ว่าการสอนไม่ใช่สอนเพียงแต่วิชาที่ตนเองถนัดเท่านั้น  แต่การสอนของครูจำเป็นที่ต้องสอนทั้งด้านคุณธรรมและการใช้ชีวิตความคิดเชิงสร้างสรรค์ให้เขาด้วย  ถ้าทำได้เขาก็จเรียนรู้ในสิ่งต่างๆได้ดีขึ้นกว่าเดิม

ครู  การตัดสินใจที่แตกต่าง

จำได้ว่าตอนประกวดวงโยธวาทิตในปี 2548 ณ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยมฯ มีนักเรียนคนหนึ่งที่แต่เดิมตอนอยู่โรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาเขาก็อยู่วงโยธวาทิตของโรงเรียนเช่นกัน  โรงเรียนนั้นก็ได้เคยลงประกวดวงโยธวาทิตเหมือนกัน  แต่นักเรียนคนนี้ก็ไม่ได้ลงประกวดเพราะเด็กคนนี้มีความจำและไอคิวไม่ดีนัก   พอมาอยู่โรงเรียนราชประชาสมาสัย  ฝ่ายมัธยมฯ  ก็มาสมัครเป็นนักเรียนวงโยธวาทิต  แต่ความจำกับไอคิวที่ไม่ดีของเขาก็ยังไม่ได้หายไปไหนยังคงตามติดตัวเขามาอยู่  เมื่อใกล้ประกวดแล้วทางทีมงานผู้ฝึกสอนให้ผมตัดสินใจว่าจะเอานักเรียนที่มีความจำไม่ดีไอคิวต่ำลงแข่งกับทีมใหญ่ด้วยไหม  แต่ทุกคนต่างลงความเห็นว่าไม่ควรนำลงประกวดอย่างยิ่งเพราะอาจจะทำให้ทีมแพ้ได้  ถ้าหากคุณขึ้นชื่อว่าครูคุณจะตัดสินใจยังไง  ระหว่างความพ่ายแพ้กับคำว่าประสบการณ์ของนักเรียนที่เรามีหน้าที่ต้องสอนให้ได้รับประสบการณ์จริงมากที่สุด   เมื่อต้องเลือกผมก็เลือกที่จะให้นักเรียนคนนี้ที่มีไอคิวไม่ดีนักลงประกวดร่วมกับทีม

ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ถือว่าผิดทางหลักการวิชาดนตรีและขัดแย้งกับทีมงานผู้ฝึกสอนมากๆ แต่เพราะความเชื่อมั่นและความเป็นครูเราเชื่อว่าเราทำดีที่สุดแล้วนักเรียนควรได้รับประสบการณ์สูงที่สุดเท่าที่เราทำได้  เพราะถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว  รางวัลไม่มีทางสำคัญเท่ากับคุณค่าจากการประสบการณ์ของนักเรียนได้เลย  ในใจตอนนั้นของผมคิดว่าแพ้เป็นแพ้เพราะถ้าเรากลัวแพ้ตัดเขาออกก็คงทำไม่ได้ สุดท้ายเขาก็สามารถอยู่ในสนามอย่างดีเยี่ยมโดยไม่บกพร่องอะไรเลย  ซึ่งผิดกับคนที่ฉลาดไหวพริบดีแต่ไม่มีวินัยไม่ยอมมาฝึกซ้อม  คนเหล่านี้แหละทำให้วงโยธวาทิตเราต้องพ่ายแพ้เขา

ปัจจุบันอาชีพครูเป็นอาชีพที่อาภัพคนจะคิดถึงก็แต่วันครูนี้แหละ  ทั้งๆที่เราควรต้องสำนึกคุณครูอยู่เป็นประจำ  ในลัทธิไสยศาสตร์เขาเน้นเรื่องครูเป็นอย่างมาก  หากมีความเคารพครูจึงจะสามารถฝึกเรียนวิชาต่างๆได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ในวิถีคนในปัจจุบันกลับละเลยและมองข้ามความสำคัญไปเสียหมด  ปัจจุบันคนที่เก่งจริงๆชำนาญเฉพาะด้านจะมาเป็นครูสอนนั้นมีน้อย  เพราะอาชีพนี้ไม่มีแรงดึงดูดเสียเลย  แต่ก็มีอีกหลายคนที่รักการสอนยังคงมีอุดมการณ์เดิมที่จะเป็นครู  แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร  ครูก็ยังเป็นปูชนียบุคคลที่เราควรระลึกถึงเสมอๆ

ผู้เขียน: rprband

marching band of rajprachasamasai

3 thoughts on “ความเป็นครูในทัศนะ ของ อาจารย์กฤษณะพงศ์ กำลังเอก

  1. ดิฉันเป็นอีกคนหนึ่ง ที่มีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็น”ครู” ซึ่งอาจเป็นเพราะคนในครอบครัวก็เป็นครู กันมาก แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ฉันมีความหลงใหลในอาชีพนี้ เพราะอาชีพครูใครๆก็บอกว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ดิฉันเองก็คิดเช่นนั้น ดิฉันเคยคิดว่า ถ้าดิฉันได้เป็นครู อยากจะสอนเด็กที่อยู่ห่างไกล เพื่อที่จะได้นำความรู้ความสามารถที่มี มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในด้าน”ภาษา”ไม่ว่าภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศ มันเป็นสิ่งสำคัญ
    หากมีเงินมากพอ ก็จะสอนฟรีให้เลย ถึงแม้การศึกษาต่อของดิฉันในอนาคต
    จะไม่ได้มาทาง ครุศาสตร์ แต่ดิฉันก็มีความมั่นใจว่า ยังถ้ามีใจรักในความเป็น”ครู” ขอแค่ได้เป็นผู้ให้ ยังไงก็มีความสุข

  2. ความเป็นครูคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเรียนคณะครุศาตร์เสมอไป แต่การเรียนวิชาชีพครูก็จะช่วยเสริมประสบการณ์ทักษะความสามารถ เทคนิคด้านการสอนมากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญการทำงานจริงๆมากกว่าและใจที่อยากจะเป็นผู้ให้ และผู้ที่มีใจเปี่ยมล้นไปด้วยความเสียสละ นั่นแหละที่สำคัญกว่าสิ่งใดๆทั้งสิ้น ขอให้ความตั้งใจของทุกๆความรู้สึกประสบความสำเร็จ ใครที่คิดเป็นครูก็ขอให้ช่วยเหลือประเทศชาติต่อไป เยาวชนยังต้องการคนเก่งๆมาทำหน้าที่ครู

    มีคำพูดว่า การเรียนไม่มีที่สิ้นสุด ความเป็นครูก็ไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกัน แม้ในอนาคต ผมอาจจะไม่ได้ทำอาชีพครูอีกต่อไป แต่เชื่อว่าความเป็นครูของผมคงไม่ได้สูญหายไปไหน ครั้งหนึ่งที่เคยได้สอนอย่างจริงใจและมีความสุขคงจะเป็นสิ่งที่ตราตรึงใจ คนที่ชื่อ กฤษณะพงศ์ กำลังเอก ตลอดไป

  3. สุดยอดเลยคับอาจาน อิอิอิ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s