Rpr Marching Band

วงโยธวาทิต โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยม รัชดาภิเษก ในพระบรมราชูปถัมภ์

เรื่องที่ต้องอ่านก่อนสอบปลายภาค สำหรับนักเรียนชั้นม.6 ในรายวิชา ศ43102

1 ความเห็น

วิธีพัฒนาการฟัง

การฟังถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการที่เราจะได้รับสุนทรีย์และนำไป สู่ความซาบซึ้งในทางดนตรีได้ บางคนอาจสงสัยว่าในเมื่อเราฟังดนตรีเราก็ได้ยินเสียงดนตรีนั้น ๆ อยู่แล้วไม่เห็นจำเป็นต้องมีความรู้อะไร แต่ความเป็นจริงแล้วหากเราต้องการฟังบทเพลงให้ได้รับความซาบซึ้งจริง ๆ นั้น ต้องใช้การฟังในระดับที่ 4 โดยรับรู้ความซาบซึ้ง (Perceptive Listening) รศ.ดร.ณรุทธ์ สุทธจิตต์ (2535 : 2-3) ได้ลำดับขั้นของการพัฒนาการฟัง ดังนี้

1. ความตั้งใจ (Attention)
การกระทำการสิ่งใดก็ตามหากปราศจากซึ่ง ความตั้งใจ แล้วจะบังเกิดผลนั้นยาก สำหรับในการฟังดนตรีก็เช่นกัน ความตั้งใจถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเท่าไรนักที่สร้างนิสัยด้านความตั้งใจเนื่องจากต้องมี องค์ประกอบหลาย ๆ ด้าน เช่น ต้องมีสมาธิในการฟัง ไม่พูดคุยยอกล้อกันระหว่างการฟังหรือการกระทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดระหว่างการ ฟัง

2. ความซ้ำซาก (Repletion)

การฟังดนตรีก็เหมือนสิ่งอื่น ๆ ก็คือต้องการประสบการณ์และความชำนาญซึ่งจะช่วยให้คนฟังพัฒนาตัวเอง การฟังแล้วฟังอีกซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ หน เพื่อค้นหาลักษณะต่าง ๆ ของโครงสร้าง หรือองค์ประกอบดนตรี เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ฉะนั้นการฟังบ่อย ๆ ครั้งจะเป็นการช่วยให้เกิดความเข้าใจได้มากขึ้นและนำมาซึ่งความซาบซึ้งต่อไป

3. คามคุ้นเคย (Familiarity)

ดนตรีที่ฟังง่ายและฟังยากต่างมีคุณค่าในตัวเองไม่ควรเปรียบเทียบ เมื่อมีการฟังเพลงบ่อย ๆ ครั้ง ซ้ำไปซ้ำมาก็จะทำให้เกิดความคุ้นเคย ทำให้การฟังมีความเข้าใจดีขึ้น

4. ความรู้พื้นฐาน (Background nowledge)
เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการฟังดนตรีที่จะทำให้เกิดความซาบซึ้ง ได้เนื่องจากบทเพลงต่าง ๆ ที่คีตกวีแต่งขึ้นนั้นมาจากประสบการณ์และความรู้ทางทฤษฏีดนตรีรองรับในผลงาน นั้น ๆ จึงจำเป็นที่ผู้ฟังต้องมีความรู้พื้นฐานทางดนตรี มี 2 ลักษณะ ประกอบด้วย

4.1 ความรู้พื้นฐานทั่วไป ได้แก่ ความรู้พื้นฐานทางดนตรีทั่ว ๆ ไป ซึ่งเกี่ยวกับโครงสร้างของดนตรีรวมถึงการเรียนทฤษฎีดนตรี การปฏิบัติเครื่องดนตรี และประวัติดนตรี
4.2 ความรู้พื้นฐานเฉพาะ ได้แก่ ความรู้ทางดนตรีเฉพาะบทเพลงที่จะฟังเกี่ยวกับโครงสร้างและความหมายของบทเพลง นั้น ๆ ข้อมูลเกี่ยวกับการประพันธ์ ลักษณะ สไตล์ของบทประพันธ์ ผู้ประพันธ์ สิ่งเหล่านี้สามารถค้นพบได้จากการฟังและการค้นคว้า
5. การมีส่วนร่วมการเล่นดนตรี (Participation)
การเล่นดนตรีได้ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจในดนตรี และช่วยให้เกิดการฟังโดยรับรู้ได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากการที่เราได้ร่วมเล่นดนตรีกับนักดนตรีที่มีความสามารถและ ได้รับการฝึกมาอย่างดีจะช่วยให้เกิดความซาบซึ้งโดยตัวของมันเอง

ข้อคิด

เมื่อฟังดนตรีคลาสสิก อย่าดูถูกดนตรีหรือคนฟังดนตรีชนิดอื่น เพราะดนตรีทุกชนิดทำหน้าที่รับใช้สังคมต่างกันแล้วแต่ว่าจะใช้ดนตรีประเภทใด และความเหมาะสม ดนตรีก็จะมีค่าในตัวของมันเอง ยกเว้นเสียแต่ว่าเมื่อดนตรีนั้น ๆ ไม่มีคุณค่าทางดนตรีอย่างเห็นได้ชัด

การแบ่งประเภทเครื่องดนตรีสากล

เครื่องดนตรี” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายไว้ว่า เป็นเครื่องบรรเลงซึ่งมีเสียงดัง ทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน หรือเกิดอารมณ์รัก โศก และรื่นเริงได้ตามทำนองเพลง

ประเภทของเครื่องดนตรีสากล

เครื่องดนตรีสากล ในปัจจุบันนิยมแบ่งเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้

๑. กลุ่มเครื่องสาย (String Instruments)

๑.๑ เครื่องสายประเภทใช้คันสี ในกลุ่มนี้ประกอบด้วย ไวโอลีน (Violin) วิโอลา (Viola) เซลโล (Cello) และดับเบิลเบส (Double Bass)

๑.๒ เครื่องสายประเภทเครื่องดีด (Plucked String) ในกลุ่มนี้ประกอบด้วย ฮาร์พ Harp)ลูท (Lute) กีต้าร์(Guitar) แมนโดลิน (Mandolin) และ แบบโจ Banjo)

๒. กลุ่มเครื่องลมไม้ (Wood Wind Instruments)

เครื่องดนตรีกลุ่มเครื่องลมไม้ยังแบ่งได้อย่างกว้าง ๆ เป็น ๒ ประเภทคือประเภทเป่าลมเข้าไปในรูเป่า(Blowing into a tube) และประเภทเป่าลมให้ผ่านลิ้นของเครื่องดนตรี (Blowing through a reed) เครื่องลมไม้ประเภทขลุ่ย ยังแบ่งตามลักษณะของการเป่าได้ ๒ ประเภทคือ ประเภทเป่าตรงปลาย เช่น ขลุ่ยเรคคอร์เดอร์ ประเภทเป่าด้านข้าง เช่น ฟลูต และปิคโคโล

๒.๑ เครื่องดนตรีประเภทปี่ลิ้นคู่ (Double reed) ได้แก่ โอโบ (Oboe) คอร์ แองเกลส์ (Cor Anglais or English horn) บาสซูน (Bassoon) และคอนทราบาสซูนหรือดับเบิลบาสซูน (Contra Bassoon or Double Bassoon)

๒.๒ เครื่องดนตรีประเภทปี่ลิ้นเดียว (Single Reed) ประกอบด้วย  คลาริเนต (Clarinet) เบส คลาริเนต (Bass Clarinet) และ) แซกโซโฟน (Saxophone)

๓. กลุ่มเครื่องเป่าประเภทโลหะ หรือเครื่องเป่าทองเหลือง (Brass Wind Instruments) ประกอบด้วย เฟรนช์ฮอร์น (France horn) ทอมโบน (Trombone)

ทรัม เปต  (Trumpet)คอร์เนต (Cornet) ฟลูเกิลฮอร์น (Flugelhorn) ยูโฟเนียม (Euphonium) ทูบา (Tuba) และ ซูซาโฟน (Sousaphone)

๔.กลุ่มเครื่องกระทบหรือเครื่องตีประกอบจังหวะ (Percussion Instruments)

๔.๑ เครื่องดนตรีมีระดับเสียงแน่นอน ได้แก่ ระฆังราว (Tubular Bells) มาริมบา (Marimba) ไซโลโฟน (Xylophone) และ ไวปราโฟน (Vibraphone)

๔.๒ เครื่องดนตรีมีระดับเสียงไม่แน่นอน ประกอบด้วย ฉาบ (Cymbals) ไทรแองเกิล หรือ กิ่ง (Triangle) มาราคัส (Maracas) คาบาซา (Cabaza) กลองใหญ่ (Bass drum) กลองเล็ก (Snare drum) กลองทิมปานี (Timpani) กลองชุด (Drum set) คองก้า(Conga) กลองบองโก (Bongos) แทมบูรีน(Tambourine) และ คาวเบลส์ (Cowbells)

๕. กลุ่มเครื่องคีย์บอร์ด (Keyboard Instruments) ประกอบด้วย ) เปียโน (Piano)ออร์แกน (Organ) ฮาร์ปสิคอร์ด (Harpsichord) คลาวิคอร์ด (Clavichord) และแอกคอร์เดียน (Accordion)


ผู้เขียน: rprband

marching band of rajprachasamasai

One thought on “เรื่องที่ต้องอ่านก่อนสอบปลายภาค สำหรับนักเรียนชั้นม.6 ในรายวิชา ศ43102

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s